Article 51 do Vegus168 2560


เวบเล่นบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ฝากขั้นต่ำ 50 เตรียมพบกับ web-site แทงบอลออนไลน์เปิดบริการตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่เป็นอันตราย และ ได้มาตรฐาน สามารถยอมรับ ตามหลักสากล 2 user เล่นได้ทั้งหมดทุกอย่าง การเงินมั่นคงจ่ายหนักจ่ายจริงฝากถอนไม่มีอย่างต่ำ websiteตรงไม่ผ่านเอเยนต์แทงบอลสเต็ปบาคาร่าออนไลน์คืนค่าคอมสูงสุด แทลบอล888 71% คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงบาคาร่าออนไลน์ทำเงินให้ได้สมัครง่ายไม่ยุ่งยากหลายเกมส์ให้ร่วมสนุกสนานคาสิโนออนไลน์ที่ใหญ่รวมทั้งนิยมที่สุดในไทย สมัคร ภายในเวลา 4 นาที รองรับโทรศัพท์มือถือ android และ ios เปิดมานานกว่า 4 ปี ให้บริการแทงบอลออนไลน์คาสิโนออนไลน์ Slots,Casino,Slot Machines,Bingo,Poker หุ้นมั่นคงได้เงินจริง

คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
ผู้เชี่ยวชาญทางสถิติปั๊มตัวเลขออกมาตีแผ่ว่า แม้อัตราการทะลวงตาข่ายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังรุนแรงแบบก่อนหน้าที่ผ่านมาสิบเอ็ดเกมแล้ว เมื่อถึงหมดฤดูกาลกลุ่มของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการยิงได้ถึง 133 ลูก
ใช่ขอรับ นั่นเป็นการคาดคะเนแล้วก็เป็นการอาศัยหลักทางคณิตศาสตร์มาพินิจพิจารณา
ภายใต้ความมืดของท้องฟ้า แสงสปอตไลต์ที่ส่องลงผืนต้นหญ้าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้มองเห็นร่างนักเตะชุดน้ำเงินกับแดงวิ่งไล่กวดลูกหนังลูกเดียวท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากสิ่งมีชีวิตร่วมสี่หมื่น เป็นเกมที่บันเทิงใจพอสมควร เป็นเกมที่ตื่นเต้นพอใช้
"ผมไม่สนใจสถิติพวกนั้นหรอก ผมรู้แม้กระนั้นที่ผมดูจากข้างสนาม รอมมีโอกาสทำประตูได้แต่ว่าโดนเซฟ เขาเล่นได้ดิบได้ดีตามสายตาของผม" ผู้ที่กล่าวประโยคนี้ก็เป็นคนที่คุณก็รู้ว่าคนไหน เขาออกมาคุ้มครองป้องกันลูกน้องตนเองภายหลังจากมีนักข่าวสารยกมือถามหาอีกเกมที่ศีรษะหอกเจ้าของค่าหัว 75 ล้านปอนด์ไม่จริงจัง โดยไม่มีโอกาสได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเชลซีเลย
ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ ใช้นิ้วนับก็รวมที่ได้สัมผัสบอล... 24 ครั้ง
ใครบางคนอาจอยากอุทาน "โอ้ววว พระผู้เป็นเจ้า มีความก้าวหน้าเหมือนกันนะพวกเรา มากมายกว่าวันแดงเดือด!!!"
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าอยาก "ชนะ"
ถ้าเกิดใครที่ยักไหล่พลางถ่มน้ำลายบอก "ไม่สนสถิติ" ก็เป็นคนที่วันแถลงข่าวก่อนเกมเพิ่งจะผายมือกล่าวใส่ไมโครโฟนเองว่า "คุณจะเขียนอะไรก็ได้แต่ว่าอย่าลืมตัวเลข 25 โทรฟี้ด้วย"
ถูกต้องขอรับ 25 แชมเปี้ยนเป็นจำนวนศักดิ์ศรีที่โค้ชโปรเหม็นตุกีสไขว่คว้าได้บนทางสายนี้
แต่กระนั้น ความยียวนหรือการที่ชอบทำตัว "ว่าแต่ว่าเขา อิเหนาเอาซะเอง" ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้นาทีนี้นครแมนเชสเตอร์ฉาบด้วยสีฟ้าไปทั่วหรอก จากที่เคยแทรกแข่งขันกันชนิดหายใจรดต้นคอกลับมามีระยะห่างถึง 8 แต้ม แม้ยังไม่เข้าสู่เดือนในที่สุดของหน้าปฏิทินเลย
นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีกมา ไม่มีหรอกนะครับที่จะมีฤดูกาลไหนจ่าฝูงทิ้งทีมอันดับสองมากมายเท่านี้ อย่าลืมว่านี่ก็ยังเป็นปีที่เราต่างมั่นใจว่าคงจะแย่งกันเข้มข้นที่สุด มองการเสริมกองทัพ ดูจากการเติบโตขึ้นของกลุ่มอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตลอดจนถึงเป็นปีที่สองการควบคุมของมูรินโญ่ด้วย ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมามักจบลงด้วยการจูบถ้วย
ยังแน่ ยังเร็วไปที่จะฟันธง
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
ถ้าเกิดก้อนขี้ตะกอนที่เกิดขึ้นที่ทุกคนมองเห็นก็อาจเลี่ยงมิได้จำต้องวิพากษ์ถึงที่ปรึกษาผู้มี "25 โทรฟี้" ติดสองบ่า เขาจะมีปรัชญาของตนเองยังไงก็ช่าง เป็นสิทธิของคุณแม้กระนั้นยิ่งเขาถือมั่น ยึดมั่นและไม่ปลดปล่อยว่าง ก็ยิ่งจะสะท้อนถึงความต่างแล้วก็ความห่างจากคู่ปรปักษ์ทั้งชีวิตผู้มีชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
สถิติ 10 คราวหลังสุดที่อดีตกาลเทรนเนอร์เรอัล มาดริด พาทีมตัวเอง (รวมเชลซีภาคสอง) ด้วยบุกรังสมาพันธ์ท็อปสิกข์ซ์ของประเทศสะกดได้อย่างน่าทุเรศยิ่ง : 10 เกม เสมอ 5 แพ้ 5 ยิงได้เพียงแค่ 1 ลูก!!!
ถ้าเกิดนี่เป็นคริสตัล พาเลซ เป็นซันเดอร์แลนด์หรือเป็นฮัลล์ สิตี้ ก็ว่าอย่าง
ผมเข้าใจว่าต่างยุค ต่างยุค ผมก็ยังมั่นใจว่าแฟนผีต้องลืมไปซะความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตอน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปกครอง แต่ทว่านี่มันไม่ใช่แล้ว
1. มันไม่ใช่ผลงานของสมาพันธ์ที่มีโลโก้อสูรผู้ต้องการจะท้าทายชิงบัลลังก์ทุกปี
2. มันยิ่งไม่ใช่เร็กคอร์ดของหนึ่งในกุนซือที่ดีสุดของโลกช่วงปัจจุบัน
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าต้องการ "ชนะ"
"You are not special any more" ก้องกังวานสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงท้ายๆของเกมเมื่อวันอาทิตย์ โดยที่กล้องโทรทัศน์ก็แพนไปยังมูรินโญ่ที่ยืนจ้องเกมด้วยแววตาที่ศิโรราบให้แล้วต่อสกอร์
อืมมม vegus688 คุณไม่ใช่ "สเปเชียล วัน" อีกต่อไป...
จะใช่ได้อย่างไรต่อสถิติต่ำทรามๆราวกับพวกทีมรองบ่อนอย่างงั้น
ย้อนกลับไปวันที่เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เชือดท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สำเร็จ 1-0 ก็จำเป็นต้องอธิบายว่ามันเป็นความบังเอิญของการลงล็อกมากกว่าจะมาจากวิธีซักฝึก ลูกที่ ดาบิด เด เคอา เตะโด่งมาเข้าศีรษะ โรเมลู ลูกาฉัน ก่อนบอลกระเด้งเข้าหา อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ย่อมมิได้เป็นสิ่งที่จัดแจงเอาไว้ มันเป็นกลยุทธ์ที่ถูกสั่งให้ทำบนเหตุการณ์แบบงั้น ทั้งยังลักษณะอากาศฝนตกตลอด ทั้งยังการต่อบอลก็โดนเกมเพรสเร็วของไก่เข้าบีบ
มาดูประตูของเชลซีซิครับผม มันเหมือนการรีเพลย์เทปจากอาทิตย์ก่อนๆหรือเปล่า
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าต้องการ "ชนะ"
ลูกครอสจากฝั่งขวาจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เข้าไปกึ่งกลางจุดโทษให้ อัลบาโร่ โมราต้า ปิดบัญชี นี่เป็นแอสสิตส์ลูกที่ 5 แล้วที่กองหลังสเปนส่งให้กองหน้าประเทศสเปน สูงสุดของลีกกว่าทุกๆพาร์ตเนอร์ด้วย
นี่ต่างหากมาจากการฝึกฝนในวันแล้ววันเล่า เป็นหนึ่งในหมากที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ตระหนักว่ายามที่ปีกสองฝั่งหรือวิงแบ็กสองข้างถูกตามติดตายก็จะต้องอาศัยการเติมขึ้นมาของสต็อปเปอร์
มูรินโญ่อาจเอาระบบกองหลังสามตัวมาใช้ แต่ว่าความแตกต่างคือด่านหลังจะยืนเรียงไลน์เดียวกันเกือบจะไม่มีพาบอลไปด้านหน้าเลย
เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ เสมือนถูกตรวนว่าห้ามไปสูงเลย 40 หลาจากประตูตัวเอง โดยสิ่งนี้ก็เช่นเดียวกับวันพบสเปอร์สที่ผมได้เขียนไปแล้วว่าอีกทั้ง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ แยน แฟร์ต็องเก้น ก็จะหาจังหวะเพิ่มเติมยามพื้นที่เปิด
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
อืมมม ระบบเดียวกันแต่เนื้อหาก็สะท้อนความเป็นมูรินโญ่เต็มๆ
ก็ยังมีคนชี้ทางถึงฟอร์มการเล่นของผู้เล่นปีศาจร้ายบางบุคคลที่ดร็อปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฮนริค มคิทาร์ยาน ข้างหลังเปิดซีซั่นฉูดฉาด แต่อย่าลืมด้วยว่าช่วงหลังโปรแกรมของกลุ่มยากกว่าช่วงต้น นอกจากผู้เล่นคุณสมบัติอย่าง "มคิ" ก็จะไปแงะของยอดเยี่ยมออกมาได้อย่างไรเมื่อต้องอยู่ภายใต้แท็กติกน่าอึดอัด
เพียงพอมูรินโญ่แงะรถบัสไปวางที่แอนฟิลด์ เกมแดงเดือดน่าเอาตัวซุกใต้ผ้าห่มก็โดนด่า
พอเพียงเปิดหน้าบุกมากขึ้นหน่อย (แต่ยังระวังตามสไตล์) ก็มีจุดอ่อนโผล่ขึ้นมา เกมรับมีรูให้คู่ปรับเจาะ ระหว่างที่เกมรุกก็เหมือนเก้กังกลายเป็นนักมวยที่เหมือนจะเดินบุกแม้กระนั้นก็ไม่โจมตีสุดกำลัง ได้เพียงแค่แย็บแล้ววนไปบนเวที
ขอรับ บอลเอนเตอร์เทนล้มเหลวหรือไปไม่ถึงฝั่งฝันก็มี ตัวอย่างแจ่มแจ้งก็ลิเวอร์พูลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือหมุนเข็มนาฬิกากลับไปกลางทศวรรษ 90 ก็นิวค้างสเซิ่ลสมัย เควิน คีแกน
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
ปัญหาบนขนคิ้วที่ขมวดหากันของบรรดาเร้ด อาร์มี่ส์คือ ฤดูนี้จาก 11 เกมเก็บไป 23 แต้ม ไม่เชิงว่าย่ำแย่ ขั้นต่ำในรังก็ปัดกวาดชัยรวดเรียบเพียงแค่ด้วยเหตุว่าทีนี้มีทีมที่ดีมากกว่าพวกเขาแถมเป็นศัตรูร่วมเมือง เป็นทีมที่เคยโดนกระแทกแดกดันว่าเป็นพวก "Noisy Neighbour" (เพื่อนบ้านน่าหนวกหู) และตกใต้ร่มเงาเสมอมา
เหนืออื่นใด ทุกริ้วรอย ทุกรูขุมขน ทุกอณูของการรับดู
ปัจจุบันนี้บอลเป๊ปกำลังพีก อีกทั้งดูสนุก สวย และมีวิธีการเข้าทำมีต้นแบบแจ่มแจ้ง ใช่ครับผม - ทุกสิ่งทุกอย่างแตกต่างจากบอลมูก่อนหน้านี้เป็นภาพยนตร์คนละแนวเลย
ดูซิ จำเป็นต้องเบ่งตาดู
แมนฯ ซิตี้ชุดนี้กับเพลานี้ นักฟุตบอลอย่าง นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, ฟาเบียน เดล์ฟ, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลีรอย ซาเน่ จนถึง เควิน เดอ บรอยน์ เหมือนกับว่าอยู่กับเป๊ปมาตั้งแต่อายุ 15 ขวบ ทุกคนต่างซึม ปรับนิสัยรวมทั้งรู้เรื่องปรัชญาที่เจ้านายปรารถนา
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
คนไหนจะมั่นใจว่ากลุ่มที่มีคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่เฟะฟอะ ทำผิดพลาดบ่อยครั้งแบบนั้นจะอยู่กับทีมที่ครองฝูงแถมปัดกวาดไปกระจาย 31 แต้มจาก 11 เกม
ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟไม่ได้ ก็ทำได้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ยืนมิดฟิลด์ตัวรับไม่ได้ ก็ทำเป็น
เออ...ทำไมเดลฟ์จะมาเป็นแบ็กซ้ายมิได้บ้าง!
แล้วอะไรบ้างที่มูรินโญ่ได้ปลูกสร้างกับทีมของเขาบนจำนวนเวลาที่สูสีกับเป๊ป??
คำตอบแรกที่กระเด้งขึ้นมาทันทีก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่
ถ้าเกิดมูรินโญ่มักซื้อนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ เป๊ปก็ขอเลือกไซส์ไม่นิลงหน่อย สิ่งหนึ่งสลับคนสองคนไปอยู่คุมคนละฝั่งของเมืองก็คงมิได้สิ่งที่ปรากฏทุกสัปดาห์แน่นอน
คนกลัว "แพ้'" มากยิ่งกว่าต้องการ "ชนะ"
ผมรู้ดีว่าความเป็นจริงสถิติของผีก็ห่วยมาก่อนสุดแต่ไหนแต่ว่าไรยามลงมาสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยชนะแค่ 1 นับแต่ปี 2002 เป็นต้นมา
ถ้าหากมันไม่ใช่แค่นัดหมายนี้หรอก
จากหนังสือที่เขียนถึงมูรินโญ่โดยผู้รายงานข่าวชาวกระทิงที่สนิทกับเจ้าตัวมากที่สุดเคยชี้แจงเอาไว้ถึงกฎเหล็ก 7 ข้อถึงกระบวนการเซตทีมของกุนซืออสุรกายแดงคนปัจจุบันนี้ยามพาทีมลงทำศึกสงครามบิ๊กแมตช์
1. เกมจะชนะด้วยกลุ่มใดก็ตามที่ทำผิดพลาดน้อยกว่า
2. ทีมที่ทำผิดพลาดเยอะแยะกว่าก็ชอบทำให้อีกครั้งมได้เปรียบขึ้นมาโดยทันที
3. ยิ่งถ้าเกิดออกนอกบ้านแทนที่จะเพียรพยายามครองบอลบุกให้มากกว่า สิ่งที่ควรทำคือบีบให้คู่แข่งพลาดต่างหาก
4. อย่าไปคิดเรื่องครองบอลเยอะเพราะเหตุว่ายิ่งครองบอลจะยิ่งบกพร่อง
5. คนใดที่มีบอลกับตนเองจะยิ่งมีความกลัวตามมา
6. ด้วยเหตุดังกล่าว สิ่งที่จำเป็นต้องทำคืออย่าไปครอบครองบอลเยอะแยะ ก็จะลดข้อบกพร่องได้เอง
7. ควรจำไว้การไม่มีบอลก็จะทำให้ทีมได้เปรียบขึ้นเอง
คนกลัว "แพ้'" มากกว่าอยาก "ชนะ"
อ่านครบเจ็ดข้อรวมทั้งยิ่งสะท้อนสิ่งที่เราเผชิญกลุ่มของมูรินโญ่โดยยิ่งไปกว่านั้นพอสมัยที่บาร์เซโลน่าหนักแน่นแทบไม่มีใครต่อกรได้ยุคเป๊ปสร้างชื่อ ก็ยิ่งรู้สึกเฉยๆของการดูบอลจากแดงเดือดมาถึงเมื่อวันอาทิตย์
เพราะนี่เป็นผู้ที่ไม่ต้องการแพ้ไว้ก่อน โดยมิได้คำนึงว่าควรต้องชนะหรือไม่

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์พนันบอล
เว็บ บอล แจก โบนัส ฟรี 2018 เว็บบอลแจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก2019 เว็บพนัน pantip เว็บพนันบอล m88 เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip พนันบอลออนไลน์ ฟรี เว็บพนันบอล ดีที่สุด pantip vegus168 pantip